นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมถึงการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจว่า การปรับปรุงขั้นตอน กฎ ระเบียบ กฎหมาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสะดวกในการประกอบธุรกิจและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของรัฐ เช่น การปรับลดขั้นตอนการอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) โดยจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) ทำให้การติดต่อขออนุญาตรวดเร็วและสะดวกขึ้น หรือที่จะดำเนินการต่อไปในการปรับปรุงกระบวนการและกฎหมายเพื่อความสะดวกในการประกอบธุรกิจโรงแรม ผ่านระบบการอนุญาตหลัก (Super License) ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการจากปัจจุบันต้องขออนุญาตในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกว่า 13 ใบอนุญาต
นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการพิจารณารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงถึงความสำเร็จของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาการให้บริการที่มีคุณภาพ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นรางวัลที่สร้างกำลังใจที่สำคัญให้กับบุคลากรภาครัฐในการมุ่งมั่นพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยมีรางวัลที่มอบให้หลายสาขาทั้งรางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ มอบให้แก่หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นเป็นต้นแบบในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) รางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม มอบให้กรมธนารักษ์ที่มีความโดดเด่นทั้งการบริการภาครัฐ การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการภาครัฐแบบ 4.0 รางวัลเลิศรัฐสาขาบริการภาครัฐที่มอบให้กับโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ซึ่งได้รับรางวัลจากผลงานหุ่นยนต์ผสมยาเคมีบำบัดและระบบส่งต่อยาเคมีบำบัด นวัตกรรมโดยคนไทยเพื่อคนไทย และรางวัลรายสาขาที่มอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 223 รางวัล เช่น
กรมการค้าต่างประเทศ ได้รับรางวัลจากการพัฒนาระบบบริการต่ออายุใบทะเบียน/ใบอนุญาต “จ่ายปุ๊บ ต่อปั๊บ” เป็นระบบบริการที่ลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาในการดําเนินการของภาคธุรกิจและประชาชน
นายพิชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินการของภาครัฐในการสร้างสภาพแวดล้อมของระบบราชการให้เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จะส่งเสริมการปฏิบัติงานของภาครัฐให้สามารถเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนต่อไป